เกร็ดความรู้

ถุงมือผ้า 4, 5, 6, 7 ขีด ต่างกันยังไง?

เคยไหม? ซื้อถุงมือผ้ามาแล้วบางเกินไป ทำงานได้แป๊บเดียวก็ขาด หรือบางทีซื้อมาหนาเตอะจนหยิบจับอะไรไม่ถนัด... ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณเข้าใจความหมายของ "จำนวนขีด" อย่างแท้จริงครับ

วันนี้ Glovetex จะพามาเจาะลึกความแตกต่างของถุงมือผ้าฝ้ายยอดนิยมทั้ง 4 รุ่น (4, 5, 6, 7 ขีด) ว่าเบื้องหลังการผลิตเป็นอย่างไร และงานของคุณควรใช้รุ่นไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด!

เจาะลึกกระบวนการผลิต (Production Deep Dive)

ก่อนจะไปดูความต่าง เราต้องรู้ก่อนว่าถุงมือพวกนี้เกิดมาได้อย่างไร

วัตถุดิบ (Raw Material):

  • ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ฝ้าย 100% แต่ใช้ ฝ้ายผสมโพลีเอสเตอร์ (TC หรือ CVC) หรือเส้นด้ายรีไซเคิล สาเหตุที่ต้องผสมเพราะต้องการความเหนียว (Durability) จากโพลีเอสเตอร์ และความนุ่มซับเหงื่อจากฝ้าย
  • สีของด้าย: มีผลต่อราคา สีขาว (Bleached) จะแพงกว่า สีดิบ/สีเทา (Unbleached/Recycled) เล็กน้อย แต่คุณสมบัติการใช้งานใกล้เคียงกัน
  1. การถัก (Knitting - Gauge 7):
    • ถุงมือ 4-7 ขีด ส่วนใหญ่จะถักด้วยเครื่องจักรความละเอียด 7 เกจ (7 Gauge) หมายถึงใน 1 นิ้วจะมีเข็มถัก 7 เล่ม ทำให้ได้เนื้อผ้าที่หนาฟู เหมาะสำหรับงานกันกระแทก (ต่างจากถุงมืออิเล็กทรอนิกส์ที่บางกว่าซึ่งใช้ 10 หรือ 13 Gauge
  1. การโพ้งขอบ (Overlocking):
    • หลังจากถักออกมาเป็นตัวถุงมือ จะต้องนำไปเข้าเครื่องโพ้งเพื่อเก็บขอบข้อมือไม่ให้หลุดลุ่ย
    • Tip: สีของขอบข้อมือ (แดง, เขียว, เหลือง) มักใช้เป็นรหัสบอกขนาดหรือน้ำหนักในโรงงาน แต่ไม่ได้เป็นมาตรฐานสากลเสมอไป (แต่ละยี่ห้ออาจกำหนดต่างกัน)

ขีดคืออะไร?

ยิ่งเยอะ ยิ่งดีจริงไหม?

ในวงการถุงมือผ้า คำว่า "ขีด" หมายถึง น้ำหนักของถุงมือต่อ 1 โหล (12 คู่)

  • ขีดน้อย (เช่น 4 ขีด): ถุงมือจะ บาง เบา ระบายอากาศดี เน้นความคล่องตัว
  • ขีดเยอะ (เช่น 7 ขีด): ถุงมือจะ หนา หนัก เนื้อผ้าแน่น เน้นความทนทานและการป้องกัน

หลักการเลือกง่ายๆ คือ "ยิ่งขีดเยอะ = ยิ่งหนา = ยิ่งทน" แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความกระชับที่อาจลดลงเล็กน้อย ดังนั้น "ถุงมือที่ดีที่สุด" จึงไม่ใช่ถุงมือที่หนาที่สุดเสมอไป แต่คือถุงมือที่ "เหมาะกับหน้างาน" ของคุณต่างหาก

เจาะลึก 4 รุ่นยอดฮิต: 4-7 ขีด รุ่นไหนเกิดมาเพื่อใคร

ถุงมือผ้า 4 ขีด: "บางเบา เน้นงานละเอียด"

  • ลักษณะ: บางที่สุดในกลุ่ม เนื้อผ้าจะดูโปร่งกว่า เห็นรูระบายอากาศชัดเจน
  • จุดเด่น: ราคาถูกที่สุด, ระบายอากาศดีเยี่ยม, ใส่แล้วมือไม่ตาย (ขยับนิ้วได้คล่องแคล่วที่สุด)
  • เหมาะกับใคร/งานอะไร:
    • งานเกษตรกรรมเบาๆ (เก็บพริก, เก็บผลไม้)
    • งานหยิบจับชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ต้องการความรู้สึกสัมผัส (Tactile sensitivity)
    • งานทาสี (ใช้แล้วทิ้งได้ไม่เสียดาย)
    • งานแม่บ้านทำความสะอาดทั่วไป

ถุงมือผ้า 5 ขีด (รุ่นมาตรฐานยอดนิยม)

  • ลักษณะ: หนาขึ้นมาจาก 4 ขีดอย่างเห็นได้ชัด เนื้อผ้าเริ่มมีความแน่น กระชับ
  • จุดเด่น: เป็นรุ่น "All-rounder" หรือรุ่นครอบจักรวาล สมดุลดีที่สุดระหว่างความทนทานและความคล่องตัว
  • เหมาะกับใคร/งานอะไร:
    • งานช่างทั่วไป (ซ่อมประปา, เดินไฟ)
    • งานโรงงานไลน์ผลิต (Assembly line)
    • งานซ่อมบำรุงรถยนต์ (หยิบประแจ ไขควง ได้ถนัด)
    • งานขนย้ายกล่องพัสดุ (Logistics)

ถุงมือผ้า 6 ขีด (รุ่นงานหนัก - Heavy Duty)

  • ลักษณะ: เนื้อผ้าแน่น หนา สวมใส่แล้วรู้สึกถึงความนุ่มฟูที่ฝ่ามือชัดเจน เริ่มขยับนิ้วยากขึ้นเล็กน้อยแต่แลกมาด้วยความปลอดภัย
  • จุดเด่น: กันกระแทกได้ดี กันของมีคมบาดได้ในระดับผิวเผิน ทนทานต่อแรงเสียดสีได้สูง
  • เหมาะกับใคร/งานอะไร:
    • งานก่อสร้าง (ผูกเหล็ก, ผสมปูน)
    • งานเกษตรหนัก (ขุดดิน, ตัดอ้อย, จับใบไม้ที่มีหนาม)
    • งานยกของหนักที่มีผิวหยาบ (อิฐบล็อก, ไม้แปรรูป)
    • งานประมง (ดึงอวน)

ถุงมือผ้า 7 ขีด (รุ่นหนาพิเศษ - Extra Heavy Duty)

  • ลักษณะ: หนาที่สุด หนักที่สุด เนื้อผ้าแน่นปึ้ก แทบไม่เห็นรูแสงลอดผ่าน
  • จุดเด่น: ป้องกันมือได้สูงสุด กันความร้อนได้ดีกว่ารุ่นอื่น (แบบชั่วคราว) รับแรงกระแทกและแรงเสียดสีได้ดีเยี่ยม แต่อาจจะกำมือยากที่สุด
  • เหมาะกับใคร/งานอะไร:
    • งานโรงหล่อ, งานเชื่อมโลหะ (ป้องกันสะเก็ดไฟและความร้อนระดับต่ำ)
    • งานยกเหล็กเส้นใหญ่, ท่อเหล็ก
    • งานทำถนน, ขุดเจาะ
    • งานที่ต้องจับของร้อน (เช่น แม่พิมพ์ยาง, เครื่องจักรที่เพิ่งหยุดทำงาน)

ตารางสรุป: เลือกความหนาให้เหมาะกับงาน