Uncategorized

PPE โรงงานอาหาร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละหน้างาน

PPE โรงงานอาหาร เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละหน้างาน

โรงงานอาหารมีทั้งงานเตรียมวัตถุดิบ งานผลิต งานบรรจุ งานทำความสะอาด และงานจัดเก็บสินค้า แต่ละพื้นที่มีความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านสุขลักษณะที่แตกต่างกัน การเลือก PPE โรงงานอาหารจึงต้องพิจารณาว่าพนักงานทำงานอะไร สัมผัสกับอันตรายประเภทใด และอุปกรณ์ที่เลือกมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่

โดยเฉพาะถุงมือ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงงานอาหาร แม้จะมีรูปลักษณ์คล้ายกัน แต่ถุงมือแต่ละประเภทได้รับการออกแบบมาสำหรับงานที่ต่างกัน

ทำไมโรงงานอาหารจึงต้องเลือก PPE ตามลักษณะงาน

PPE (Personal Protective Equipment) หรืออุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ใช้เพื่อลดการสัมผัสอันตรายที่ยังเหลืออยู่หลังจากดำเนินมาตรการควบคุมความเสี่ยงอื่น ๆ แล้ว

สำหรับโรงงานอาหาร การเลือก PPE ต้องคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของพนักงานและการป้องกันการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต

ตัวอย่างเช่น พนักงานตัดแต่งเนื้อสัตว์อาจมีความเสี่ยงจากมีด พนักงานล้างเครื่องจักรอาจสัมผัสสารเคมีทำความสะอาด ส่วนพนักงานในห้องแช่เย็นหรือแช่แข็งต้องทำงานภายใต้อุณหภูมิต่ำ

ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การเลือกอุปกรณ์ต้องอาศัยข้อมูลจากหน้างานจริง

วิธีเลือก PPE โรงงานอาหารตามประเภทงาน

1. งานเตรียมและตัดแต่งวัตถุดิบ

งานตัดเนื้อสัตว์ ตัดแต่งปลา หรือใช้เครื่องมือมีคม มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณมือและนิ้ว

การเลือกถุงมือควรพิจารณาคุณสมบัติป้องกันการบาดตามระดับความเสี่ยง รวมถึงความเหมาะสมกับเครื่องมือที่ใช้

ถุงมือป้องกันการบาดบางประเภทอาจเหมาะกับการใช้มีด แต่ไม่เหมาะกับงานที่มีชิ้นส่วนเครื่องจักรหมุนซึ่งอาจดึงถุงมือเข้าไปได้ จึงต้องตรวจสอบข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์และวิธีทำงานก่อนใช้งาน

2. งานสัมผัสอาหารโดยตรง

งานคัดแยก จัดเตรียม และบรรจุอาหารบางประเภทจำเป็นต้องใช้ถุงมือที่เหมาะกับการสัมผัสอาหาร

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • วัสดุและข้อมูลรับรองความเหมาะสมสำหรับการสัมผัสอาหาร

  • ประเภทอาหารที่สัมผัส เช่น อาหารที่มีไขมันหรือมีความเป็นกรด

  • ระยะเวลาและอุณหภูมิที่สัมผัสอาหาร

  • ความกระชับและความคล่องตัวของผู้สวมใส่

  • วิธีเปลี่ยนถุงมือเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม

ถุงมือที่ระบุว่า Food Contact Suitable หรือ Food Safe ควรมีเอกสารประกอบที่ระบุเงื่อนไขการใช้งานอย่างชัดเจน ไม่ควรพิจารณาจากคำโฆษณาบนบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

3. งานล้างและทำความสะอาดเครื่องจักร

พนักงานทำความสะอาดอาจสัมผัสน้ำยาล้างคราบไขมัน สารฆ่าเชื้อ หรือสารเคมีชนิดอื่นตามกระบวนการของโรงงาน

การเลือกถุงมือสำหรับงานนี้ควรเริ่มจากการตรวจสอบเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี (SDS) และข้อมูลความทนทานต่อสารเคมีของผู้ผลิตถุงมือ

ต้องพิจารณาชนิดสารเคมี ความเข้มข้น ระยะเวลาสัมผัส รวมถึงความเสี่ยงจากการกระเด็นของสารเคมี

วัสดุถุงมือชนิดเดียวกันอาจทนสารเคมีแต่ละชนิดได้ไม่เท่ากัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลการทดสอบของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้จริง

4. งานในห้องเย็นและห้องแช่แข็ง

การทำงานในพื้นที่อุณหภูมิต่ำอาจทำให้มือสูญเสียความอบอุ่นและส่งผลต่อความคล่องตัวในการหยิบจับสินค้า

ถุงมือสำหรับงานห้องเย็นควรมีคุณสมบัติป้องกันความเย็นตามสภาพการทำงาน พร้อมความกระชับและการยึดเกาะที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาความชื้น ระยะเวลาทำงาน และความจำเป็นในการหยิบจับอุปกรณ์หรือบรรจุภัณฑ์

วิธีเลือกถุงมือโรงงานอาหารให้ตรงกับความเสี่ยง

การเลือกถุงมือควรเริ่มจากการระบุหน้าที่ของถุงมือให้ชัดเจนก่อนเปรียบเทียบวัสดุหรือราคา

ลักษณะงาน

คุณสมบัติที่ควรพิจารณา

สัมผัสอาหารโดยตรง

ความเหมาะสมกับการสัมผัสอาหารภายใต้เงื่อนไขการใช้งาน

ตัดแต่งวัตถุดิบ

การป้องกันการบาดและความเหมาะสมกับเครื่องมือ

ทำความสะอาดด้วยสารเคมี

ความทนทานต่อสารเคมีที่ใช้จริง

งานห้องเย็น

การป้องกันความเย็นและความคล่องตัว

งานที่มีความเปียกชื้น

การยึดเกาะและคุณสมบัติของวัสดุเมื่อเปียก

ถุงมือบางรุ่นอาจมีคุณสมบัติรองรับความเสี่ยงมากกว่าหนึ่งประเภท แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วนก่อนเลือกใช้

มาตรฐานและเอกสารที่ควรตรวจสอบก่อนเลือก PPE

มาตรฐานเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินคุณสมบัติของอุปกรณ์ แต่ต้องเลือกมาตรฐานให้ตรงกับความเสี่ยงที่ต้องการป้องกัน

ตัวอย่างมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับถุงมือ ได้แก่

  • EN 388: ใช้ประเมินสมรรถนะถุงมือป้องกันความเสี่ยงเชิงกล เช่น การเสียดสี การบาด การฉีกขาด และการเจาะทะลุ

  • EN ISO 374: เป็นชุดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับถุงมือป้องกันสารเคมีอันตรายและจุลินทรีย์

  • EN 511: เกี่ยวข้องกับถุงมือป้องกันความเย็น

  • ข้อกำหนด Food Contact: ใช้พิจารณาความเหมาะสมของวัสดุสำหรับสัมผัสอาหาร เช่น กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในตลาดปลายทาง

การผ่านมาตรฐานด้านหนึ่งไม่ได้หมายความว่าถุงมือจะเหมาะกับทุกงาน เช่น ถุงมือที่ผ่านการทดสอบการป้องกันการบาดยังต้องมีข้อมูลเพิ่มเติม หากจะนำไปใช้สัมผัสอาหารโดยตรง

Checklist ก่อนจัดซื้อ PPE สำหรับโรงงานอาหาร

ก่อนกำหนดคุณสมบัติหรือจัดซื้อ PPE สามารถใช้คำถามต่อไปนี้ประกอบการประเมิน

  1. พนักงานใช้อุปกรณ์ในขั้นตอนการทำงานใด

  2. มีอันตรายจากของมีคม สารเคมี ความเย็น หรือปัจจัยอื่นหรือไม่

  3. อุปกรณ์ต้องสัมผัสอาหารโดยตรงหรือไม่

  4. มีมาตรฐานและเอกสารรับรองตรงกับความเสี่ยงหรือไม่

  5. ขนาดและรูปแบบเหมาะกับผู้สวมใส่หรือไม่

  6. มีข้อจำกัดในการใช้งานหรือข้อกำหนดการเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างไร

  7. ได้ทดลองใช้งานและประเมินความเหมาะสมกับหน้างานแล้วหรือยัง

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีม Safety, QA/QC และ Procurement สามารถกำหนดคุณสมบัติอุปกรณ์ร่วมกันได้ชัดเจนขึ้น

สรุป: เลือก PPE ให้เหมาะกับงาน เริ่มจากข้อมูลหน้างาน

การเลือก PPE โรงงานอาหารควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงในแต่ละขั้นตอนการผลิต จากนั้นจึงพิจารณาคุณสมบัติ มาตรฐาน และข้อจำกัดของอุปกรณ์

สำหรับถุงมือ ควรแยกความต้องการด้านการสัมผัสอาหาร การป้องกันการบาด การป้องกันสารเคมี และการป้องกันความเย็นออกจากกันก่อนเลือกผลิตภัณฑ์

ต้องการข้อมูลประกอบการเลือก PPE สำหรับโรงงานอาหาร?

หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณาถุงมือหรืออุปกรณ์ PPE สำหรับหน้างาน สามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอข้อมูลผลิตภัณฑ์ เอกสารทางเทคนิค และรายละเอียดมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการประเมินความเหมาะสมก่อนจัดซื้อ

สอบถามข้อมูลตัวแทนฝ่ายขายเพิ่มเติม หรือขอใบเสนอราคา
ได้ที่ Call Center : 034-878762 ต่อ 3
หรือสามารคติดตามเราได้ที่ : คลิกที่นี่
สายด่วน 083 989 7512 (ฝ่ายขายทางโทรศัพท์)